ผมร่วง ผมบาง หรือแนวไรผมที่เปลี่ยนไป อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม ฮอร์โมน อายุ โรคบางชนิด ภาวะขาดสารอาหาร หรือปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจปลูกผม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการเลือกเทคนิค แต่คือการหาสาเหตุของปัญหาและประเมินว่าการปลูกผมเหมาะกับเราหรือไม่
การปลูกผมคืออะไร?
การปลูกผม (Hair Transplantation) เป็นหัตถการทางศัลยกรรมที่ย้ายกอรากผมจากบริเวณที่มีเส้นผมแข็งแรงหรือมีความเหมาะสมในการเป็นบริเวณผู้ให้ ไปยังบริเวณที่มีผมบางหรือสูญเสียเส้นผม
โดยทั่วไปบริเวณท้ายทอยและด้านข้างของศีรษะมักถูกใช้เป็นบริเวณ Donor Area ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม จากนั้นจึงนำกอรากผม (Graft) ไปเตรียมและปลูกในบริเวณ Recipient Area
เทคนิคที่ใช้มีหลายรูปแบบ เช่น FUE, DHI, NHI และ Long-Hair/Non-Shaven โดยวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นผม จำนวนกราฟต์ บริเวณที่ต้องการปลูก ความต้องการเรื่องการตัดผม และการประเมินของแพทย์
ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการปลูกผม?
การปลูกผมอาจได้รับการพิจารณาในผู้ที่มีปัญหา เช่น
- แนวไรผมด้านหน้าถอยร่น
- ผมบางบริเวณกลางศีรษะ
- ศีรษะล้านจากพันธุกรรม
- ต้องการเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมในบางบริเวณ
- ผมบางเฉพาะจุด
- ต้องการฟื้นฟูคิ้ว หนวด หรือบริเวณอื่นที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีของผมร่วงจะเหมาะกับการปลูกผม
หากผมร่วงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นหย่อม มีอาการอักเสบ คัน แดง หรือมีสัญญาณของโรคหนังศีรษะ ควรประเมินสาเหตุก่อน เพราะการรักษาอาจแตกต่างจากการปลูกผม
ต้องใช้กี่กราฟต์?
คำว่า “กราฟต์” หมายถึงกอรากผมที่นำมาใช้ในการปลูก โดยหนึ่งกราฟต์อาจมีเส้นผมมากกว่าหนึ่งเส้น
จำนวนกราฟต์จึงไม่ควรใช้เป็นตัวเลขมาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน
แพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัย เช่น
- ขนาดของบริเวณที่ผมบาง
- ความหนาแน่นของเส้นผมเดิม
- คุณภาพและความหนาแน่นของ Donor Area
- ลักษณะเส้นผม
- อายุและแนวโน้มการบางของเส้นผม
- เป้าหมายของผู้รับบริการ
- การวางแผนใช้ Donor Area ในระยะยาว
ดังนั้น “จำนวนกราฟต์ที่มากที่สุด” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “เหมาะสมที่สุด”
เทคนิคปลูกผมมีอะไรบ้าง?
FUE
FUE หรือ Follicular Unit Extraction เป็นการเก็บกอรากผมออกจากบริเวณ Donor Area เป็นรายกราฟต์ โดยไม่ใช้การตัดหนังศีรษะออกเป็นแถบเหมือน FUT
โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 มีบริการ Shaven FUE และ Advanced FUE ตามการประเมินของแพทย์ (Navamin 9 Wellness)
DHI
DHI หรือ Direct Hair Implantation เป็นรูปแบบหนึ่งของการปลูกที่ใช้ Implanter ในขั้นตอนการนำกราฟต์ไปวางในบริเวณปลูก โดยสามารถช่วยควบคุมทิศทางและตำแหน่งของกราฟต์ตามเทคนิคที่ใช้
NHI
NHI หรือ Navamin9 Hair Implantation เป็นเทคนิคที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ระบุว่าออกแบบร่วมกับการวางแนวไรผมและกรอบหน้าให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (Navamin 9 Wellness)
Long-Hair / Non-Shaven
เป็นแนวทางที่เก็บและปลูกกอผมโดยคงความยาวของเส้นผมไว้ ไม่จำเป็นต้องโกนหรือตัดผมสั้นตามรูปแบบของเทคนิค ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการคงทรงผมเดิมหลังทำ (Navamin 9 Wellness)
ก่อนปลูกผมควรเตรียมตัวอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของผมร่วง ประเมิน Donor Area และออกแบบแนวทางการรักษา
ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับ
- โรคประจำตัว
- ยาที่รับประทาน
- ประวัติแพ้ยา
- ประวัติการผ่าตัด
- ประวัติผมร่วงและการรักษาที่เคยได้รับ
- ความต้องการเรื่องทรงผมและแนวไรผม
หลังปลูกผมต้องใช้เวลานานแค่ไหน?
หลังการปลูกผม เส้นผมที่ย้ายมาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามวงจรของเส้นผม โดยช่วงแรกอาจพบการหลุดร่วงของเส้นผมที่มองเห็นได้ ก่อนที่เส้นผมใหม่จะค่อย ๆ เติบโตตามวงจรของเส้นผม
ดังนั้น การประเมินผลไม่ควรดูจากช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์
สรุป
การปลูกผมไม่ใช่เพียงการ “ย้ายผมจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง” แต่เป็นการวางแผนทั้ง Donor Area, Recipient Area, แนวไรผม ความหนาแน่น และการดูแลในระยะยาว
หากกำลังพิจารณาปลูกผม ควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุและสภาพเส้นผมโดยแพทย์ ก่อนเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
บทความที่เกี่ยวข้อง: FUE vs FUT | Long-Hair Hair Transplant | ปลูกผมกี่กราฟต์ | การดูแลหลังปลูกผม


